
หลักการและวัตถุประสงค์ของโครงการ
โครงการ NEC มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1) เพื่อสนับสนุน นักศึกษาจบใหม่ ผู้ว่างงาน และพนักงานลูกจ้างที่มีศักยภาพ ให้สามารถสร้างโอกาสประกอบธุรกิจด้วยตนเอง
2) เพื่อผลักดันให้เกิดวิสาหกิจใหม่ ๆ
3) เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งแก่วิสาหกิจขนาดเล็กในช่วงก่อตั้งกิจการ (3ปีแรก) ให้อยู่รอด และรักษาสถานภาพการจ้างงาน
4) เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ “ทายาทธุรกิจ” ในการสืบทอดกิจการ ให้สามารถดี รักษาสภาพการจ้างงาน และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต
ข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ
กลุ่มเป้าหมายที่จะสร้างหรือพัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการใหม่ ได้แก่
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมีนโยบายให้กลุ่มเป้าหมายตามข้อ (3) มีจำนวนไม่เกินร้อยละ 40 ของผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด
นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ ซึ่งต้องการสร้างผู้ประกอบการใหม่ที่มีพื้นฐานการศึกษาดี และต้องการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการจัดตั้งและเริ่มดำเนินกิจการได้ภายในระยะเวลา 6-12 เดือน จึงกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติขั้นต้นสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 3 ส่วนข้างต้น คือ

หมายเหตุ : ผู้รับจ้างสามารถกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะเพิ่มเติมได้โดยยึดผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ เป็นสำคัญ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
โครงสร้างหลักสูตร
การฝึกอบรมในโครงการ แบ่งเป็น 9 โมดูล (Module) โดยกำหนดจำนวนชั่วโมงอบรมขั้นต่ำ รวม 162 ชั่วโมง แบ่งเป็นการอบรมเชิงบรรยาย ฝึกปฏิบัติ และกรณีศึกษา 7 หมวดวิชา รวม 96 ชั่วโมง การให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อให้เกิดการจัดตั้งธุรกิจ 60 ชั่วโมง และการศึกษาดูงาน 6 ชั่วโมง
|
|
การฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐาน
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
นโยบายและมาตรการส่งเสริม SMEs
|
|
|
|
ปฐมนิเทศ/การเตรียมความพร้อมสำหรับเป็นผู้ประกอบการใหม่
การวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจ
|
|
|
|
การบริหารจัดการด้านการตลาด และเทคนิคการขาย/บริการ
|
|
|
|
การจัดการด้านการผลิตหรือบริการ
|
|
|
|
การบริการองค์กร บุคลากร และความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
|
|
|
|
การบริหารการเงิน การอ่านวิเคราะห์ตัวเลขทางการเงิน
|
|
|
|
การจัดทำแผนการลงทุนรายบุคคลและแนะแนวทางเตรียมความพร้อมการจัดตั้ง/ขยายธุรกิจ
|
|
|
|
|
|
การเพิ่มทักษะการประกอบการ
|
|
|
|
|
กิจกรรม
|
|
|
|
|
ถ่ายทอดความรู้การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ
|
|
|
|
ถ่ายทอดความรู้เชิงเทคนิค และ หรือ การปรึกษาแนะนำเพื่อเสริมศักยภาพ ในการจัดตั้งธุรกิจแนะนำเกี่ยวกับ การผลิต/การบริการ/การหาช่องทางการตลาด
|
|
|
|
ศึกษาดูงานการดำเนินธุรกิจไม่น้อยกว่า
|
|
เริ่มจากเนื้อหาระดับพื้นฐานไปสู่ระดับประยุกต์ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้อย่างเป็นระบบ เกิดความเข้าใจในเนื้อหาทุก ๆ ส่วนมากที่สุด นอกจากนี้ควรดูแลมิให้ เนื้อหาการอบรมซ้ำซ้อนกันระหว่างวิทยากรและระหว่างโมดูลรายละเอียดต่อไปนี้เป็นข้อกำหนดซึ่งผู้จัดการหลักสูตรและวิทยากรมีส่วนร่วมรับผิดชอบให้เป็นไปตามมาตรฐานของหลักสูตรที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนด โดยอาจพิจารณาปรับแต่งวิธีการถ่ายทอดความรู้และเนื้อหาเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้เข้าอบรม เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
ในแต่ละโมดูลควรดูแลการจัดลำดับเนื้อหาที่จะต้องอบรมก่อน-หลังให้เหมาะสม โดย

Module 1 นโยบายและมาตรการส่งเสริม SMEs ของภาครัฐ ( 3 ชั่วโมง)
|
เนื้อหา
|
1) แผนแม่บท/แผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
2) มาตรการ/โครงการส่งเสริมพัฒนา SMEs
3) มาตรการการสร้างผู้ประกอบการใหม่
4) มาตรการสนับสนุนเงินทุน SMEs
5) สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการลงทุน
6) ยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับกลุ่มจังหวัด/จังหวัด
7) การให้บริการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
|
Module 2 ปฐมนิเทศ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้ประกอบการใหม่
และการวิเคราะห์โอกาสการลงทุนธุรกิจ ( 12 ชั่วโมง)
|
เนื้อหา
|
1) การปฐมนิเทศ (ประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
- การชี้แจงวัตถุประสงค์และขอบข่ายกิจกรรมของโครงการ
- กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์และละลายพฤติกรรม
- การบริหารความคาดหวังของผู้เข้าร่วมโครงการ
2) การเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นผู้ประกอบการใหม่
(ประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
- คุณลักษณะของผู้ประกอบการ
- ความสามารถและทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ
- ตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ
- กระบวนการขั้นตอนในการจัดตั้งและพัฒนาธุรกิจ
- ความสำคัญของเครือข่ายทางธุรกิจ
3) การวิเคราะห์โอกาสการลงทุนทางธุรกิจ (ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง)
- การคิดเชิงสร้างสรรค์ในทางธุรกิจ (Creative Thinking)
- การวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจ
- วิธีการคัดเลือกความคิดในการจัดตั้งธุรกิจใหม่
- แหล่งข้อมูลสู่การลงทุน
|
Module 3 การบริหารจัดการด้านการตลาด ( 12 ชั่วโมง)
|
เนื้อหา
|
1) ความสำคัญและแนวคิดการตลาด
2) แนวทางการวิจัยทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการใหม่
3) การกำหนดส่วนตลาด ตลาดเป้าหมาย และการวางตำแหน่งทางการตลาด
4) กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดและเทคนิคการประยุกต์ใช้
5) เทคนิคการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
6) เนื้อหาเสริมที่อาจพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่
- การจัดการลูกค้าสัมพันธ์
- การตลาดสำหรับภาคบริการ
- พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
- การบริหารการตลาดเพื่อการส่งออก
- กลยุทธ์การตลาดสำหรับสินค้าเป้าหมาย
- การสร้างแบรนด์
|
Module 4 การบริหารจัดการด้านเทคนิคปฏิบัติการ (การผลิต การบริการ และโซ่อุปทาน)
( 15 ชั่วโมง)
|
เนื้อหา
|
กลุ่มเนื้อหาชุดที่ 1 (ประมาณ 6 ชั่วโมง)
1) ภาพรวมของการจัดการด้านการผลิตสินค้าและบริการ
2) กลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบด้วยสินค้า/บริการที่แตกต่างและเทคโนโลยี
3) การเลือกใช้เทคโนโลยีและการตัดสินใจเกี่ยวกับกระบวนการผลิต/การปฏิบัติการ
4) การกำหนดกำลังการผลิตสินค้า/บริการ และการวางแผนการผลิต
5) การเลือกทำเลที่ตั้งและวางผังสถานประกอบการ
6) การจัดการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
7) การบริหารจัดการคุณภาพเบื้องต้น
กลุ่มเนื้อหาชุดที่ 2 (ประมาณ 6 ชั่วโมง)
8) การจัดการโซ่อุปทาน และการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์
9) การบริหารสินค้าคงคลัง
10) การวัดผลิตภาพ และเทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพ
11) ความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณค่าและการพัฒนาสินค้า/บริการ และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
12) การคำนวณต้นทุนการผลิต/ปฏิบัติการ
กลุ่มเนื้อหาชุดที่ 3 (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
13) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการบริหารการผลิต/ปฏิบัติการ
14) ประสบการณ์การบริหารการผลิต/ปฏิบัติการ
15) หัวข้อเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่เห็นสมควรจัดให้ เพื่อรองรับความสนใจของผู้เข้าอบรม
|
Module 5 การบริหารองค์กรและบุคลากร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ( 12 ชั่วโมง)
|
เนื้อหา
|
กลุ่มเนื้อหาชุดที่ 1 การบริหารองค์กร (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
1) หน้าที่หลักของการบริหารจัดการ
2) หลักและกระบวนการในการจัดองค์กร
3) การจัดทำแผนบริหารองค์กร
4) การออกแบบโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจ และการบริหารองค์กรระดับครอบครัว
5) การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ
6) การสื่อสารภายในองค์กร
7) จริยธรรม/ธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ
8) หัวข้อเนื้อหาเสริมที่อาจพิจารณาเพิ่มเติมได้แก่
- การนำและภาวะผู้นำ
- การจัดการข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลเพื่อการจัดการ
- คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับ SMEs
- การจัดรูปแบบองค์กรแห่งการเรียนรู้
- วัฒนธรรมองค์กรและกลยุทธ์การจัดการ
กลุ่มเนื้อหาชุดที่ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
1) พฤติกรรมองค์กรและการบริหารทรัพยากรมนุษย์
2) การวางแผนกำลังคน
3) การวิเคราะห์งานและการสรรหาบุคคล
4) การวิเคราะห์งาน / การกำหนดสมรรถนะของคน
5) การสร้างทีมงานและการทำงานเป็นทีม
6) การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงานของบุคลากร
7) การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและการฝึกอบรม
8) การบริหารค่าตอบแทน
9) สวัสดิการและแรงจูงใจ
10) การประเมินผลการปฏิบัติงาน
11) หัวข้อเนื้อหาเสริมที่อาจพิจารณาเพิ่มเติมได้แก่
- การมอบหมายงาน
- บทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร
- การบริหารเวลาสำหรับผู้บริหาร
กลุ่มเนื้อหาชุดที่ 3 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (ประมาณ 6 ชั่วโมง)
1) ความสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทางธุรกิจ หน้าที่ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
2) รูปแบบการจัดตั้งธุรกิจ และกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งธุรกิจ
3) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ ขาย ยืม เช่าซื้อและการละเมิด และพรบ.เช็ค ตั๋วเงิน
4) กฎหมายและข้อปฏิบัติที่เกี่ยวกับแรงงาน(เช่น พรบ.แรงงาน และ ประกันสังคม) และความปลอดภัย
5) กฎหมายและข้อปฏิบัติที่เกี่ยวกับภาษี
6) กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
7) หัวข้อเนื้อหาเสริมที่อาจพิจารณาเพิ่มเติมได้แก่
- กฎหมายโรงงานและกฎหมายสิ่งแวดล้อม
- กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
- กฎระเบียบที่เกี่ยวกับการขออนุญาตผลิตสินค้า/บริการ
|
Module 6 การบริหารการเงินและการจัดการด้านการบัญชี ( 24 ชั่วโมง)
|
เนื้อหา
|
กลุ่มเนื้อหาชุดที่ 1 การจัดการทางด้านการบัญชี (ประมาณ 12 ชั่วโมง)
1) หลักการบัญชี ประเภทบัญชี วงจรการบัญชี
2) งบการเงิน
3) โครงสร้างต้นทุนและการจำแนกต้นทุน
4) การวางแผนกำไร (ต้นทุน ปริมาณ กำไร)
5) การนำความรู้ทางภาษีมาประยุกต์ใช้กับการบัญชี
6) มาตรฐานบัญชีสำหรับ SMEs
กลุ่มเนื้อหาชุดที่ 2 การบริหารการเงิน (ประมาณ 12 ชั่วโมง)
1) แนวคิดการบริหารการเงิน / การบริหารการเงินเบื้องต้น
2) การประมาณความต้องการเงินลงทุน
3) งบประมาณเงินสด
4) การวิเคราะห์งบการเงินและการตัดสินใจทางธุรกิจ
5) กลยุทธ์ทางการเงิน การจัดหาแหล่งเงินทุนและต้นทุนทาง
การเงิน
6) การจัดการทุนหมุนเวียนและสภาพคล่องทางการเงิน
7) การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินของโครงการ
8) การบริหารความเสี่ยง
|
Module 7 การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ ( 18 ชั่วโมง)
|
เนื้อหา
|
ส่วนที่ 1 (ควรอบรมก่อนเข้าสู่โมดูลที่ 3 - 6)
1) ความสำคัญ องค์ประกอบ และกระบวนการจัดทำแผนธุรกิจ
2) การวางกลยุทธ์ระดับองค์กร (และระดับหน่วยธุรกิจ--ถ้ามี)
ส่วนที่ 2 (ควรอบรมหลังจากเสร็จสิ้นโมดูลที่ 3 – 6 หรือแทรกเสริมในช่วงที่อบรมโมดูลที่ 3 - 6)
3) การวางกลยุทธ์ระดับหน้าที่
4) เทคนิคการนำเสนอแผนธุรกิจ
|
Module 8 การปรึกษาแนะนำเพื่อให้เกิดการจัดตั้งธุรกิจ ( 60 ชั่วโมง)
เป็นการจัดการปรึกษาแนะนำเพิ่อให้ผู้จบหลักสูตรอบรมในโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่
นำประเด็นปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจหรือโครงการธุรกิจของตน ไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมงต่อรุ่น
ซึ่งอาจจัดในลักษณะ เฉพาะ ตัวหรือเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
ทั้งนี้ ผู้เข้าอบรมแต่ละคนอาจได้รับการจัดสรรเวลาเข้ารับบริการจากที่ปรึกษาแตกต่างกันไป
ตามความจำเป็นของแต่ละบุคคล โดยทีมที่ปรึกษาจะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ
อาทิ ด้านการตลาด ด้านการจัดการการผลิต ด้านการเงินและบัญชี เป็นต้น
โดยมีการจัดตารางเวลาการเข้าพบที่ปรึกษา พร้อมแจ้งให้ผู้อบรมทราบล่วงหน้า
เนื้อหา
Module 9 การศึกษาดูงาน ( 6 ชั่วโมง)
|
เนื้อหา
|
หน่วยร่วมฯอาจพิจารณากำหนดตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความสนใจของผู้เข้าอบรม และประเด็นที่น่าเรียนรู้ของสถานประกอบการที่เป็นแหล่งดูงาน
|
กลุ่มเป้าหมาย
1 ผู้ว่างงาน ที่มีความตั้งใจจะเป็นผู้ประกอบการ
2 นักศึกษาจบใหม่ ซึ่งมีแนวคิดและตั้งใจจะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur)
3 ผู้ประกอบการ ที่เริ่มต้นประกอบธุรกิจในระยะ 1-3 ปีที่ผ่านมา แต่ธุรกิจยังไม่เข้มแข็งจำเป็นต้องได้รับความรู้และการบ่มเพาะในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง
4 ทายาทเจ้าของกิจการ ที่เตรียมตัวเข้ารับการสืบทอดกิจการหรือร่วมบริหารกิจการด้วยการขยายกิจการหรือจัดตั้งธุรกิจใหม่เป็นของตนเอง
5 ผู้ประกอบอาชีพอื่นอยู่แล้ว เช่น ข้าราชการ พนักงาน ผู้ประกอบการวิชาชีพอิสระ (เช่น สถาปนิก, ทนายความ ฯลฯ) หรือผู้รับจ้างอิสระแต่ตั้งใจจะเปลี่ยนมาเป็นผู้ประกอบการ
ในสภาวะปัจจุบันประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อการประกอบการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการเลิกกิจการ มีผลให้เกิดผู้ว่างงาน หรือผู้ถูกเลิกจ้างเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบกับธุรกิจรายใหม่ที่เพิ่งเริ่มธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดได้ ภาครัฐจึงมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ SMEs โดยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวด้วยการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ขณะเดียวกันก็จะช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs เดิมที่ยังคงมีศักยภาพให้อยู่รอด เพื่อให้ SMEs ทั้งรายใหม่และรายเดิมสามารถดำรงอยู่และเจริญก้าวหน้า
ในอดีตที่ผ่านมาผู้ที่มีการศึกษาสูงมักมุ่งประกอบอาชีพเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง ในขณะที่ผู้ที่มีการศึกษาไม่สูงนักมักเลือกประกอบอาชีพอิสระ เป็นผู้ประกอบการซึ่งมักจะมีพื้นฐานความรู้ไม่เพียงพอที่จะบริหารจัดการ และปรับปรุงพัฒนากิจการให้มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะแข่งขันได้ภายใต้ระบบการค้าเสรียุคใหม่ กลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาส่งเสริม SMEs จึงมุ่งที่จะเชิญชวนผู้ที่มีการศึกษาดี มีประสบการณ์มีความรู้ความสามารถให้ก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการดังนั้นการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นในระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นตามลำดับซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถฟื้นตัวและมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากนโยบายของภาครัฐดังกล่าว กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการ “เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่” (New Entrepreneurs Creation : NEC) ตั้งแต่ปี 2545 และดำเนินงานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง นักศึกษาจบใหม่ และผู้เริ่มก่อตั้งกิจการแล้วไม่เกิน 3 ปี มาเข้ารับการถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดการธุรกิจ ด้วยกระบวนการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งจากประสบการณ์ในการดำเนินโครงการในลักษณะดังกล่าวมาเป็นเวลานานพบว่า ขั้นตอนที่สำคัญในการดำเนินงาน คือ การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ โดยจะต้องคัดเลือกผู้มีความตั้งใจ ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ ทั้งนี้เพื่อลดอัตราความล้มเหลวระหว่างกระบวนการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว จะถูกนำเข้าสู่ขั้นของการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจ โดยจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้วยการฝึกอบรมในหลักสูตรพื้นฐานด้านการจัดการธุรกิจ การพัฒนาแนวคิดและการจัดทำแผนการลงทุนรายบุคคล
จากนั้นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรพื้นฐานจะได้รับการคัดกรองให้เข้าสู่กระบวนการเพิ่มทักษะการประกอบการ เพื่อพัฒนาแนวคิดสู่การปฏิบัติ หรือความเป็นจริงมากขึ้น โดยจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคนิคและคำปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์และชี้แนะเทคนิคการประกอบการอย่างมืออาชีพ นอกจากนี้ทางโครงการยังจัดให้มีการให้บริการความช่วยเหลือต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อให้สามารถจัดตั้งหรือขยายธุรกิจได้สำเร็จ อาทิ การจัดกิจกรรมเปิดตัวธุรกิจสินค้าและบริการ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด และการเชื่อมประสานกับแหล่งเงินทุน รวมทั้งการจับคู่เจรจาธุรกิจ การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการใหม่และผู้ประกอบการเดิม
1 ผู้ว่างงาน ที่มีความตั้งใจจะเป็นผู้ประกอบการ
2 นักศึกษาจบใหม่ ซึ่งมีแนวคิดและตั้งใจจะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur)
3 ผู้ประกอบการ ที่เริ่มต้นประกอบธุรกิจในระยะ 1-3 ปีที่ผ่านมา แต่ธุรกิจยังไม่เข้มแข็งจำเป็นต้องได้รับความรู้และการบ่มเพาะในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง
4 ทายาทเจ้าของกิจการ ที่เตรียมตัวเข้ารับการสืบทอดกิจการหรือร่วมบริหารกิจการด้วยการขยายกิจการหรือจัดตั้งธุรกิจใหม่เป็นของตนเอง
5 ผู้ประกอบอาชีพอื่นอยู่แล้ว เช่น ข้าราชการ พนักงาน ผู้ประกอบการวิชาชีพอิสระ (เช่น สถาปนิก, ทนายความ ฯลฯ) หรือผู้รับจ้างอิสระแต่ตั้งใจจะเปลี่ยนมาเป็นผู้ประกอบการ
ในสภาวะปัจจุบันประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อการประกอบการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการเลิกกิจการ มีผลให้เกิดผู้ว่างงาน หรือผู้ถูกเลิกจ้างเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบกับธุรกิจรายใหม่ที่เพิ่งเริ่มธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดได้ ภาครัฐจึงมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ SMEs โดยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวด้วยการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ขณะเดียวกันก็จะช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs เดิมที่ยังคงมีศักยภาพให้อยู่รอด เพื่อให้ SMEs ทั้งรายใหม่และรายเดิมสามารถดำรงอยู่และเจริญก้าวหน้า
ในอดีตที่ผ่านมาผู้ที่มีการศึกษาสูงมักมุ่งประกอบอาชีพเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง ในขณะที่ผู้ที่มีการศึกษาไม่สูงนักมักเลือกประกอบอาชีพอิสระ เป็นผู้ประกอบการซึ่งมักจะมีพื้นฐานความรู้ไม่เพียงพอที่จะบริหารจัดการ และปรับปรุงพัฒนากิจการให้มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะแข่งขันได้ภายใต้ระบบการค้าเสรียุคใหม่ กลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาส่งเสริม SMEs จึงมุ่งที่จะเชิญชวนผู้ที่มีการศึกษาดี มีประสบการณ์มีความรู้ความสามารถให้ก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการดังนั้นการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นในระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นตามลำดับซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถฟื้นตัวและมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากนโยบายของภาครัฐดังกล่าว กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการ “เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่” (New Entrepreneurs Creation : NEC) ตั้งแต่ปี 2545 และดำเนินงานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง นักศึกษาจบใหม่ และผู้เริ่มก่อตั้งกิจการแล้วไม่เกิน 3 ปี มาเข้ารับการถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดการธุรกิจ ด้วยกระบวนการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งจากประสบการณ์ในการดำเนินโครงการในลักษณะดังกล่าวมาเป็นเวลานานพบว่า ขั้นตอนที่สำคัญในการดำเนินงาน คือ การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ โดยจะต้องคัดเลือกผู้มีความตั้งใจ ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ ทั้งนี้เพื่อลดอัตราความล้มเหลวระหว่างกระบวนการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว จะถูกนำเข้าสู่ขั้นของการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจ โดยจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้วยการฝึกอบรมในหลักสูตรพื้นฐานด้านการจัดการธุรกิจ การพัฒนาแนวคิดและการจัดทำแผนการลงทุนรายบุคคล
จากนั้นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรพื้นฐานจะได้รับการคัดกรองให้เข้าสู่กระบวนการเพิ่มทักษะการประกอบการ เพื่อพัฒนาแนวคิดสู่การปฏิบัติ หรือความเป็นจริงมากขึ้น โดยจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคนิคและคำปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์และชี้แนะเทคนิคการประกอบการอย่างมืออาชีพ นอกจากนี้ทางโครงการยังจัดให้มีการให้บริการความช่วยเหลือต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อให้สามารถจัดตั้งหรือขยายธุรกิจได้สำเร็จ อาทิ การจัดกิจกรรมเปิดตัวธุรกิจสินค้าและบริการ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด และการเชื่อมประสานกับแหล่งเงินทุน รวมทั้งการจับคู่เจรจาธุรกิจ การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการใหม่และผู้ประกอบการเดิม